สั่งปล่อยตัวครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น อัยการคืนสำนวนกองปราบฯส่งต่อให้ป.ป.ช.

อัยการสูงสุด สั่งคืนสำนวนคดีหวย 30 ล้านครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น แจ้งความเท็จให้กองปราบฯ ส่งต่อให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ พร้อมสั่งปล่อยตัวสองผู้ต้องหา หลังครบกำหนดฝากขัง

วันนี้ (18 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิทักท์ อบสุวสรณ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา พร้อมด้วยนายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา นายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะทำงาน ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ผู้กล่าวหาที่ 1 พ.ต.ท.ประวีณ ปาณะศรี ผู้กล่าวหาที่ 2 นายปรีชา ใคร่ครวญ ผู้ต้องหาที่ 1 และนางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ ผู้ต้องหาที่ 2 ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ,แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 และวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ที่จังหวัดกาญจนบุรี

โดยนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า หลังได้รับสำนวนมาจากกองปราบปราม ได้ตั้งคณะทำงาน พิจารณาสำนวนคดีนี้ ซึ่งคณะทำงานพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหา ทั้ง 2 คน นอกจากจะเป็นผู้ต้องหาในคดีแจ้งความเท็จแล้ว ยังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในฐานะเป็นผู้สนับสนุนให้ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีปฎิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 ซึ่งได้พิจารณาพฤติการณ์พบว่ามีความเกี่ยวพันกันจึงสั่งให้คืนสำนวนให้กองปราบปราม ไปดำเนินการส่งสำนวนดังกล่าวให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.ดำเนินการต่อ

ดังนั้น จึงสั่งการให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน หลังจากครบกำหนดฝากขังทั้งสี่ผัด เนื่องจากคำนึงถึงเสรีภาพของผู้ต้องหา และอัยการได้พิจารณาคดีนี้อย่างเป็นธรรม จึงไม่จำเป็นต้องขังผู้ต้องหาอีกต่อไป

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ได้เป็นการยุติการดำเนินคดี แต่เป็นการคืนสำนวนให้พนักงานสอบสวนนำไปส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ ซึ่งคณะทำงานได้พิจารณาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ขณะที่อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา อธิบายถึงขั้นตอนหลังจากนี้ว่า เมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาสำนวนของ ป.ป.ช.ตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช.มีอำนาจในการพิจารณาคดีเเจ้งความเท็จพ่วงไปด้วย และยืนยันคดีเดิมยังอยู่ไม่ได้ยุติดำเนินการ

ขอบคุณข้อมูล จาก sanook.com