วัดบัวขวัญ

วัดบัวขวัญเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยยังเป็นสำนักสงฆ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ต่อมาเมื่อมีพระสงฆ์มาจำพรรษาและปฏิบัติสังฆกรรมมากขึ้น จึงได้รับการพัฒนาเป็นวัดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2435 มีนามว่าวัดสะแก โดยมีพระครูปรีชาเฉลิมจากวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหารเป็นผู้เริ่มสร้างวัด และเป็นเจ้าอาวาสในช่วงแรก

อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เกิดขึ้นตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่ออนุรักษ์อาคารเก่า ซึ่งมีลักษณะและที่ตั้งใกล้เคียงกับ “บ้าน” ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเคยประทับ และมีพระราชประสงค์ที่จะให้อนุรักษ์ไว้เป็น พิพิธภัณฑ์เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพัฒนาพื้นที่เป็นสวนสาธารณะระดับชุมชน

ต้นดิกเดียม วัดปรางค์

หนึ่งเดียวในเมืองไทยที่คุณพลาดไม่ได้กับการได้ชมต้นไม้ที่มีอารมณ์ขันอยู่คู่วัดปรางค์แห่งอำเภอปัวมานานนับร้อยปี ด้วยไม้ต้นนี้มีความแปลกพิสดารตั้งแต่อากัปกริยาของมันที่หันหน้าเข้าวัดแต่หันหลังให้แดด และที่น่าพิศวงยิ่งกว่านั้น คือ เพียงแค่ลูบเบา ๆ ทั้งกิ่งก้านใบของมันจะสั่นไหวคล้ายบอกว่ามันกำลังรู้สึกจั๊กจี๋

อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง

อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง หรือปางอุ๋งสุพรรณ อ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านช่วยกันพัฒนาป่าที่อยู่บริเวณหมู่บ้านให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว บรรยากาศเหมือนอยู่ภาคเหนือเนื่องจากล้อมรอบไปด้วยภูเขาเล็ก ๆ ยิ่งในช่วงฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบาย มีหมอกลอยอยู่เหนือน้ำในช่วงเช้า ต้นไม้เขียวขจีในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว

สวนผีเสื้อและโลกแมลงภูเก็ต

เมื่อคุณค่าของผีเสื้อและแมลงไม่ใช่มีเพียงความสวยงามจากสีสันในตัวของมันเท่านั้น หากยังนำไปสู่รหัสทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ก่อเกิดเป็นวงจรในระบบนิเวศ น่าเรียนรู้ราวกับโลกนอกตำราอันไร้ขีดจำกัด และที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่จำกัดฤดูกาล ที่นี่ได้รวบรวมความรู้ทางชีววิทยาเกี่ยวกับแมลงสายพันธุ์ต่าง ๆ บนพื้นที่กว่า 7.5 ไร่ และเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว

วัดท่าฟ้าใต้

เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2311 โดยครูธรรมเสนาและพ่อเฒ่าแสนอัฐิ ผู้นำชาวไทลื้อ ซึ่งอพยพมาจากสิบสองปันนา สิ่งที่น่าสนใจของวัดท่าฟ้าใต้ ได้แก่ วิหารเป็นศิลปะไทลื้อ รูปร่างทรงเตี้ยก่อด้วยอิฐถือปูน หลังคาสามชั้นมุงด้วยแป้นเกล็ด ชั้นที่ 1 เป็นแบบปั้นหยา ครอบวิหารทั้ง 4 ด้าน ชั้นที่ 2-3 ทรงแบบปราสาท มีหน้าบันทางด้านทิศตะวันตก มีหลังคากันสาดรับทั้งสองด้าน

หาดทรายทองแม่ปิงเมืองตาก

เดินเล่นบนชายหาดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับล้ำน้ำปิงที่มีความยาวถึง 1.5 กิโลเมตร แม้เป็นหาดทรายจำลองธรรมชาติ หากก็สามารถสร้างความสุขให้กับทุกคนที่แวะมาเยี่ยมเยือนได้ราวกับ หาดทรายริมทะเลของจริง ที่นี่จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองตาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียง ที่พากันเดินทางมาเล่นน้ำ ดื่มด่ำความชุ่มฉ่ำริมชายหาด

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ที่จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ ทั้งปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็ม ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการตามมติ ครม. ครั้งที่ 44/2546 (นัดพิเศษ) เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 เพื่อตอบสนองต่อเป้าประสงค์ในการเป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัยด้านการประมง การรวบรวมพันธุ์ปลาในลุ่มน้ำโขง

หลวงพ่อแก่นจันทน์

สักครั้งในชีวิตควรได้มากราบสักการะ “หลวงพ่อแก่นจันทร์” พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สร้างด้วยไม้แก่นจันทน์ ทั้งองค์และมีความสูงตั้งแต่พระบาทถึงพระเกศมาลา 2.26 เมตร (ประมาณ 5 ศอก) โดยลักษณะอุ้มบาตร ของหลวงพ่อแก่นจันทร์นั้น แตกต่างจากปางอุ้มบาตรทั่วไป ตรงที่ บาตรของหลวงพ่อเหมือนสวมอยู่ในถุงบาตร และพระหัตถ์ทั้งสองของหลวงพ่อนั้นจับอยู่ที่ม้วนผ้า

วัดกุฏิ

หากอยากชมการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความลงตัวแล้ว คงต้องเดินทางมาชมพระอุโบสถของวัดกุฎิซึ่งเป็นโบสถ์ไม้สักที่มีการแกะสลักเรื่องราวของพุทธชาดกไว้ โดยรอบทั้งหมดประมาณ 20 ด้านและแต่ละแผงนั้นแกะสลักเรื่องราวชาดกในตอนต่างๆ ได้แก่ มหาชาติชาดก 13 กัณฑ์ ทศชาติชาดก ตอนพระจันทกุมาร พระพรหมนาถ พระเตมีย์ใบ้ พระภูริทัต พระเนมิราชและสุวรรณสาม รวมถึงยังมีการสลักเรื่องไซอิ๋วไว้ด้วย พระอุโบสถหลังนี้สร้างขึ้นโดยพระครูเกษม สุตะคุณ (หลวงพ่อชุ่ม) เมื่อปีพ.ศ.2473 และการเแกะสลักภายนอกโบสถ์เช่นนี้น่าจะใช้คติมาจากการเขียนภาพ