วัดท่าฟ้าใต้

เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2311 โดยครูธรรมเสนาและพ่อเฒ่าแสนอัฐิ ผู้นำชาวไทลื้อ ซึ่งอพยพมาจากสิบสองปันนา สิ่งที่น่าสนใจของวัดท่าฟ้าใต้ ได้แก่ วิหารเป็นศิลปะไทลื้อ รูปร่างทรงเตี้ยก่อด้วยอิฐถือปูน หลังคาสามชั้นมุงด้วยแป้นเกล็ด ชั้นที่ 1 เป็นแบบปั้นหยา ครอบวิหารทั้ง 4 ด้าน ชั้นที่ 2-3 ทรงแบบปราสาท มีหน้าบันทางด้านทิศตะวันตก มีหลังคากันสาดรับทั้งสองด้าน

หาดทรายทองแม่ปิงเมืองตาก

เดินเล่นบนชายหาดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับล้ำน้ำปิงที่มีความยาวถึง 1.5 กิโลเมตร แม้เป็นหาดทรายจำลองธรรมชาติ หากก็สามารถสร้างความสุขให้กับทุกคนที่แวะมาเยี่ยมเยือนได้ราวกับ หาดทรายริมทะเลของจริง ที่นี่จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองตาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียง ที่พากันเดินทางมาเล่นน้ำ ดื่มด่ำความชุ่มฉ่ำริมชายหาด

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ที่จัดแสดงพันธุ์ปลาต่างๆ ทั้งปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็ม ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการตามมติ ครม. ครั้งที่ 44/2546 (นัดพิเศษ) เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 เพื่อตอบสนองต่อเป้าประสงค์ในการเป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัยด้านการประมง การรวบรวมพันธุ์ปลาในลุ่มน้ำโขง

หลวงพ่อแก่นจันทน์

สักครั้งในชีวิตควรได้มากราบสักการะ “หลวงพ่อแก่นจันทร์” พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สร้างด้วยไม้แก่นจันทน์ ทั้งองค์และมีความสูงตั้งแต่พระบาทถึงพระเกศมาลา 2.26 เมตร (ประมาณ 5 ศอก) โดยลักษณะอุ้มบาตร ของหลวงพ่อแก่นจันทร์นั้น แตกต่างจากปางอุ้มบาตรทั่วไป ตรงที่ บาตรของหลวงพ่อเหมือนสวมอยู่ในถุงบาตร และพระหัตถ์ทั้งสองของหลวงพ่อนั้นจับอยู่ที่ม้วนผ้า

วัดกุฏิ

หากอยากชมการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความลงตัวแล้ว คงต้องเดินทางมาชมพระอุโบสถของวัดกุฎิซึ่งเป็นโบสถ์ไม้สักที่มีการแกะสลักเรื่องราวของพุทธชาดกไว้ โดยรอบทั้งหมดประมาณ 20 ด้านและแต่ละแผงนั้นแกะสลักเรื่องราวชาดกในตอนต่างๆ ได้แก่ มหาชาติชาดก 13 กัณฑ์ ทศชาติชาดก ตอนพระจันทกุมาร พระพรหมนาถ พระเตมีย์ใบ้ พระภูริทัต พระเนมิราชและสุวรรณสาม รวมถึงยังมีการสลักเรื่องไซอิ๋วไว้ด้วย พระอุโบสถหลังนี้สร้างขึ้นโดยพระครูเกษม สุตะคุณ (หลวงพ่อชุ่ม) เมื่อปีพ.ศ.2473 และการเแกะสลักภายนอกโบสถ์เช่นนี้น่าจะใช้คติมาจากการเขียนภาพ

อนุสาวรีย์ลายฝีพระหัตถ์

แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันเป็นความทรงจำที่มีค่าต่อชาวจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสและทรงจารึกรอยพระหัตถ์ไว้บนแผ่นศิลาแลงซึ่งเป็นซากโบราณสถานของเทวาลัยสมัยลพบุรี ต่อมาภายหลังกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน อนุสาวรีย์ลายพระหัตถ์เป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อปีพ.ศ.2524

ตลาดฉัตรศิลา

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ของบรรดานักเดิน ชิม ช็อบตลาดกลางคืน ที่มีสินค้าแนววินเทจให้เลือกสรรได้ในตลาดฉัตรศิลาแห่งนี้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของสินค้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้างานแฮนด์เมด เสื้อยืดสกรีนลายเท่ๆ โปสการ์ด สมุดทำมือ เครื่องประดับหลากแนว ของใช้ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เล็กๆ น้อยๆ อุปกรณ์ตกแต่งบ้านจุกจิก รวมถึงมีร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ที่ให้บรรยากาศแบบดั้งเดิมในวันวานของหัวหิน มีจุดเด่นที่ตั้ง คือ อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางคมนาคมที่สะดวกของเมืองหัวหิน และอยู่ใกล้จุดชื้อหาของฝากรับประทานชื่อดังอย่าง ตลาดโต้รุ่งฉัตรชัย โดยตลาดนัด ตลาดฉัตรศิลาได้มีการเนรมิตบังกะโลไม้หลังเก่าอายุหลายสิบปี โดยปรับแต่งชั้น 2 ให้เป็นแกลเลอรีจัดแสดงภาพถ่ายขาวดำหาชมยาก ซึ่งแต่ละภาพได้บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความเป็นมาของหัวหินในอดีต รวมถึงข้าวของเครื่องใช้เก่าๆมากมาย ตลาดนัดฉัตรศิลานี้ได้แบ่งออกเป็น 2 บริเวณหลักๆด้วยกัน ได้แก่ บริเวณแรก มีลักษณะเป็นบ้านโบราณเก่าแก่ 2 ชั้น ไต้ถุนสูงมีด้วยกันจำนวน 5 หลังคาที่สร้างอยู่ใกล้ๆกัร โดยมีระเบียงไม้เป็นทางเดินเชื่อมเข้าหากัน โดยในสมัยก่อนเมื่อปี พ.ศ. 2502 บริเวณตลาดฉัตรศิลาแห่งนี้ เดิมเป็นพื้นที่บ้นพักตากอากาศแบบบังกะโลไว้สำหรับให้ข้าราชการได้เช่าพักผ่อนอยู่อาศัยกัน หลังจากนั้นต่อมาเมื่อเริ่มมีความทันสมัยเข้าสู่ท้องที่หัวหินแห่งนี้ซึ่งเป็นช่วงที่มีรีสอร์ทและที่พักริมทะเลเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากราวกับดอกเห็ดจึงทำให้บังกะโลแห่งนี้ได้รับความสนใจลดน้อยลงไปจนถูกทิ้งร้าง ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้จึงได้มีการปรับปรุงให้มีความสวยงามขึ้นและปรับเปลี่ยนให้เกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของเมืองหัวหิน สำหรับในอีกบริเวณหนึ่งของตลาดฉัตรศิลานั้นเป็ยบริเวณพื้นที่ของเหล่าสาวกนักช็อบทั้งหลายที่จะได้เพลิดเพลินไปกับสินค้าที่วางจำหน่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก ของแฮนด์เมด เสื้อผ้า ของใช้ อุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์เล็กๆน้อยๆ […]

หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

หากใครเคยผ่านบริเวณถนนเจริญกรุงตรงข้ามวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระบรมมหาราชวัง และวังสราญรมย์จะได้พบกับความสวยงามของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนหรือที่รู้จักกันในนาม “สวนเจ้าเชต” ซึ่งเดิมเป็นสวนไม้โปร่งก่อนที่ต่อมาจะกลายเป็นพระราชวังของพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ 2 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งสนามฝึกยิงปืนของกรมการรักษาดินแดน